ขึ้นต้นมาซะเศร้า ไม่ได้ตั้งใจให้เศร้านะ เพิ่งจะเปิดเทอมจะมานั่งเศร้ากันได้อย่างไร แค่บอกเอาไว้เพื่อ ว่าการบ้านที่เยอะอยู่ตรงหน้าจะทำให้ความอดทนเราลดน้อยลง อย่าเพิ่งค่ะ อย่าเพิ่งหยุดทำ เพราะ ความสำเร็จรอเราอยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าสิ่งใดก็ต้องอาศัยความอดทนทั้งนั้นกว่าจะได้เห็นผลสำเร็จที่ดี

พูดถึงเรื่องความอดทน ก็มานั่งคิดเล่นๆ ว่าการนั่งอ่านหนังสือต้องใช้ความอดทนด้วยหรือเปล่า เพราะ กว่าจะเปิดหน้าแรก กว่าจะอ่านไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย ปวดใจสุดๆ ที่ต้องอ่าน ยิ่งถ้าเป็นหนังสือเรียน ด้วยแล้ว ไปกันใหญ่เลย ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย เด็กชาติไหนก็เถอะ ล้วนต้องให้คนอื่นมาบอกทั้งนั้นว่า อ่าน หนังสือบ้างนะ อ่านหนังสือได้แล้ว พอพูดประโยคนี้ปุ๊บ เสียงแม่ลอยเข้ามาในหูเลย

นึกถึงตอนที่อ่านเรื่องลอร์ด ออฟ เดอะ ริงค์ เล่มโตขึ้นมาทันที ตอนอ่านหน้าแรกยังเซ็งๆ อยู่ เรื่องอะไร ตัวละครชื่อจำยาก บทบรรยายก็เยอะแยะ ยาวเหยียด หน้าที่ร้อยสิบจะรู้ได้หรือยังว่าโดนกอลลัมม์หลอก อะไร(ว่ะ) ไม่รู้ซะที แล้วบทต่อไปจะรู้ไหม จนแม่ตะโกนเข้ามาว่า จะกินข้าวไหม กับข้าวเย็นหมดแล้ว เราเองยังถือหนังสืออยู่ในมือ ในหัวนี่วาดภาพที่อยู่ของพวกพ่อมดร้ายไว้แล้ว ลุ้นข้ามหน้าโดยไม่รู้ตัว
 
 
บอกแม่ไปว่าไม่กิน พออ่านเล่มหนึ่งจบ ท้องร้องบอกให้หยุดก่อนจะเริ่มเล่มสอง เมื่อผ่านเวลา
ของหน้าแรกไปจนถึงหน้าสุดท้ายของเล่ม ถึงได้รู้ว่าไอ้ความอดทนที่เรา
รู้สึกนั้น มันไม่ได้เหนื่อยตรงไหน มีแต่ได้ความรู้ และความสนุก
ของอีกโลกหนึ่งที่เราคิดจินตนาการได้เอง

ความสนุกของการอ่าน ไม่อาจเรียกว่าต้องอดทน
หรือถ้าจะเรียกอย่างนั้น มันก็ดูจะคุ้มค่าเมื่อเรา
รู้ว่าสุดท้ายโฟรโดก็ได้ทำลายแหวนนั้นได้ และ
กอลลัมม์ก็ตายไปเพราะความยากได้ รู้เท่านี้ก็สุข
ใจแล้ว

อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ถึง
ความแตกต่าง การอ่านทำให้เกิดความแตกต่างนั้น
เป็นเรื่องจริง ถ้ายังไม่เชื่อ ก็ลองดูซิ

 
     
 
 
  << Back